รายละเอียดบทความ

STEP 1 :: เช็ดเครื่องสำอาง - ล้างหน้า
STEP 1 :: เช็ดเครื่องสำอาง - ล้างหน้า

สิ่งที่ทุกคนจะพลาดและละเลยมากที่สุดคือ
1. การล้างเครื่องสำอางออกก่อนล้างหน้า (ไม่ว่าแป้ง หรือ กันแดด สำคัญมาก)
2. การเลือกสบู่หรือโฟมหรือเจลทำความสะอาดที่เหมาะกับสภาพผิว และอายุของตัวเอง ทำให้การใช้เซรั่มซ่อมแซมหรือฟื้นฟูผิว หรือใช้ครีมบำรุงผิวไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร มาดูกันค่ะ

วิธีการล้างเครื่องสำอางที่ถูกต้อง
1. ผิวหน้า
   ลำลีชุบน้ำพอหมาด แล้วหยดล้างเครื่องสำอาง  จากนั้นเริ่มเช็ดบริเวณที-โซนก่อน โดยเริ่มวนจากบริเวณหน้าผาก จมูกและคาง และควรใช้นิ้วนางและนิ้วกลางสำหรับคลึงวนในการทำความสะอาดโดยคลึงวนออกตามจุดต่าง ๆ บนผิวหน้า ถ้าคุณเลือกใช้คลีนซิ่งออยล์ ก็ล้างหน้าได้เลย ถ้าเป็นคลีนซิ่งเจลหรือน้ำนม ต้องซับหน้าด้วยทิชชูก่อน แล้วค่อยตามด้วยน้ำสะอาดและโฟมล้างหน้าหรือสบู่ที่เหมาะสมกับสภาพผิวแต่ละคน

2. ผิวรอบดวงตา
   ผิวรอบดวงตาเป็นบริเวณที่บอบบางมาก เวลาทำความสะอาดแนะนำให้ใช้สำลีชุบน้ำพอหมาดต่อมาหยดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใส่ลงสำลีพอประมาณจากนั้นเช็ดออกอย่างเบามือ ห้ามถูไปถูมาเด็ดขาด ถ้าเป็นตรงเปลือกตา ก็ค่อยๆ เช็ดลงมาจนถึงตรงขอบตา เพื่อจะรูดมาสคาร่าให้ติดออกไปตามปลายขนตา สำหรับตรงขอบตา ก็แนะนำให้พับสำลีเป็นมุมสามเหลี่ยมเช็ดออกอย่างเบาๆ 
3. ผิวริมฝีปาก
   ทำเหมือนเดิมคือ ลำลีชุบน้ำพอหมาด แล้วหยดล้างเครื่องสำอาง เมื่อพับสำลีเป็นสามเหลี่ยมแล้ว ก็ใช้ตรงมุมเช็ดตามร่องปาก โดยเช็ดในแนวดิ่งจากด้านในออกมาตรงด้านนอกริมฝีปาก ไม่แนะนำให้ถูในแนวขวาง เพราะจะทำให้ริมฝีปากแตกและถ้าทำซ้ำๆ นานๆ ไป มีผลให้ริมฝีปากเป็นร่องและมีรอยย่นเหี่ยวได้
วิธีการล้างหน้าที่ถูกต้อง

1. ผิวมัน
2. ผิวแห้ง – บอบบาง – แพ้ง่าย
3. ผิวผสม ( แห้งแต่มันทีโซน)
ควรเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าให้ถูกต้องเหมาะสมต่อสภาพผิว
   การล้างหน้าเป็นขั้นตอนสำคัญของผิวสวยที่ใครๆก็ยอมรับว่าขาดไม่ได้ แต่จะล้างอย่างไรให้รักษาผิวสวยไว้ได้นานๆ แล้วการทำความสะอาดผิวหน้าที่ถูกต้องจริงๆนั้นคือ ทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน แต่สามารถขจัดเครื่องสำอาง ไขมัน เหงื่อ และคราบสกปรกจากสิ่งแวดล้อมออกไปจากผิวได้ การขัดถูหน้าแรงๆกลับจะเป็นการไปรบกวนผิวหน้าทำให้เป็นผื่นและแห้งตึง เป็นสาเหตุให้เกิดริ้วรอยต่างๆผุดขึ้นมาให้เจ็บใจอีกด้วย
   การทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกต้องนั้นมี 2 ขั้นตอนคือ การใช้คลีนเซอร์ต่อมาใช้โลชั่นเช็ดหน้าหรือโทนเนอร์ที่เหมาะกับสภาพผิวและต่อไปนี้เป็นเทคนิคการทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกวิธีค่ะ
   
ผิวแห้ง :: ถ้าคุณเป็นคนมีผิวที่รูขุมขนเล็ก แห้งเป็นขุยได้ง่าย มองเห็นความมันบ้างนิดหน่อย หรือไม่เห็นเลย อาจจะรู้สึกผิวแห้งตึงหลังล้างหน้าได้ง่ายนั้น ควรทำความสะอาดผิวหน้าในตอนเช้าและเย็น โดยใช้คลีนเซอร์น้ำนมชนิดเข้มข้น หรือสบู่หรือโฟมล้างหน้าผสมมอยซ์เจอรไรเซอร์ที่ให้ความชุ่มชื้น แต่ทำความสะอาดผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเลือกโทนเนอร์หรือโลชั่นที่ปราศจากแอลกอฮอล์และอ่อนมากๆในขั้นต่อไป ถ้าผิวแห้งมากเลือกใช้ครีมล้างหน้าแบบเช็ดออกหรือโคลด์ครีม
ผิวธรรมดาหรือผิวผสม ( แห้งมันทีโซน) :: ถ้าผิวคุณแห้งตรงส่วนแก้ม แต่มันเฉพาะบริเวณทีโซน ควรทำความสะอาดผิวหน้าวันละสองครั้ง โดยใช้คลีนเซอร์เนื้อบางเบา หรือสบู่อ่อนๆ สำหรับในช่วงที่มีอากาศร้อนมากๆ ควรใช้สบู่เพื่อช่วยควบคุมความมันบริเวณทีโซน ในขณะเดียวกันก็ให้ความชุ่มชื่นสำหรับบริเวณแก้ม แล้วใช้โทนเนอร์อ่อนๆเช็ดผิวให้สดชื่น หรือใช้แอสตรินเจนท์ ( โทนเนอร์หรือโลชั่นแบบเข้มข้น ) ขจัดน้ำมันส่วนเกินบริเวณทีโซนในช่วงที่อากาศร้อนมาก หรืออาจใช้สบู่ตอนเช้าและโฟมล้างหน้าตอนเย็นจะดีกว่า
ผิวมัน :: ถ้าเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังล้างหน้าผิวก็มันแล้ว ผิวประเภทนี้ปกติจะมีรูขุมขนใหญ่และดูหมองคล้ำ เพราะไขมันที่สะสมรวมตัวกับคราบไคลบนผิวหน้า ในช่วงที่อากาศค่อนข้างเย็น ควรล้างหน้าโดยใช้สบู่กลีเซอรีนหรือสบู่ที่ช่วยควบคุมความมัน ส่วนในหน้าร้อนให้ใช้สบู่อ่อนๆสูตรสำหรับผิวมัน แล้วใช้โทนเนอร์หรือโลชั่น ซับเอาความมันออก และใช้กระดาษซับมันช่วยซับความมันระหว่างวันอีกที
ผิวแพ้ง่าย :: เป็นสภาพผิวที่เกิดขึ้นได้กับทุกผิวพรรณซึ่งอาจถูกรบกวนได้ง่าย ควรใช้คลีนเซอร์ที่ปราศจากน้ำหอมแอลกอฮอล์ และลาโนลิน ถ้าระคายเคืองให้เปลี่ยนมาใช้สบู่หรือโฟมไม่มีฟอง เลือกสูตรสำหรับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ หากผ่านการทดสอบการแพ้จะดีมากๆ
 
ผิวที่เกิดสิวง่าย :: ต้องอาศัยการทำความสะอาดที่อ่อนโยนพิเศษ เรามักจะรักษาสิวโดยทำให้ผิวแห้งจนเกิดการระคายเคืองได้ ยิ่งถ้าใช้สบู่ยาแรงๆด้วยแล้ว อาจถึงกับทำให้ผิวแห้งกร้าน เป็นผื่นแดงระคายเคืองไปเลย ควรเลือกใช้สบู่ที่อ่อนมากๆ หรือเคล็นเซอร์ที่ไร้ฟองจะดีกว่า ที่สำคัญอย่าล้างหน้าบ่อยเกินไป วันละ 2 ครั้ง ก็พอแล้ว โดยระหว่างวันให้ใช้กระดาษซับหน้าซับความมันส่วนเกินออกไปจะดีกว่าคะ
        
รู้จักวิธีล้างหน้าที่ถูกต้องแล้ว ทีนี้ผิวหน้าสวยๆก็ได้รับการดูแลอย่างเต็มที่แล้วล่ะค่ะ :)
ผู้ลงบทความ : d-skinshop